TCAS รอบแรกประกาศผลแล้ว… สมหวังหรือผิดหวัง ดูแลใจอย่างไรให้ผ่านไปได้

TCAS รอบแรกประกาศผลแล้ว… สมหวังหรือผิดหวัง ดูแลใจอย่างไรให้ผ่านไปได้


สวัสดีค่ะทุกคน หมอบีเชื่อว่าช่วงนี้หลายบ้านคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกังวล เพราะผลสอบ TCAS รอบที่ 1 (Portfolio) กำลังจะประกาศ หลายคนอาจรู้สึกใจเต้นแรง ลุ้นวินาทีที่จะได้เห็นชื่อของตัวเองหรือของลูกเราในรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกใช่ไหมคะ

แต่ในทุกความหวังที่สมหวัง มักมีความผิดหวังอยู่เคียงข้างกันเสมอ หมออยากบอกทุกคนว่า ไม่เป็นไรเลยนะคะ ถ้าผลลัพธ์จะไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวังไว้ เราอาจเสียใจได้ ร้องไห้ได้ แต่ขอให้ทุกคนจำไว้ว่าการสอบ TCAS เป็นเพียงหนึ่งในก้าวของชีวิต ไม่ใช่เส้นชัยสุดท้าย

รู้จัก TCAS รอบที่ 1 และสิ่งที่เด็กๆ ต้องเผชิญ

การสอบ TCAS เป็นระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 รอบ โดยรอบที่ 1 หรือ รอบ Portfolio นี้ ไม่ต้องสอบข้อเขียน แต่ใช้แฟ้มสะสมผลงานที่แสดงถึงความสามารถและประสบการณ์ของเด็กๆ ในด้านต่างๆ เช่น กิจกรรม ผลงานวิชาการ หรือทักษะพิเศษอื่นๆ ถือเป็นโอกาสพิเศษของเด็กที่มีความโดดเด่น แต่ก็อาจสร้างความกดดันไม่น้อย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้รับการคัดเลือกตั้งแต่รอบนี้

เมื่อผลสอบออกมา เรามักพบว่ามีเด็กที่ยิ้มออกด้วยความดีใจ ในขณะที่อีกหลายคนอาจรู้สึกเหมือนโลกถล่มลงตรงหน้า ความกดดัน ความเสียใจ การเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนที่สอบติด อาจทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าตัวเอง “ไม่ดีพอ” หรือ “ไม่มีอนาคต” ซึ่งไม่ใช่ความจริงเลยนะคะ

ความกดดันที่เกิดขึ้น ทั้งกับตัวเด็กและผู้ปกครอง

ไม่ใช่แค่เด็กๆ ที่รู้สึกเครียด ผู้ปกครองเองก็เช่นกัน เพราะเราอยากเห็นลูกประสบความสำเร็จ และอาจเผลอคาดหวังมากจนเกินไปโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกกดดันและความกลัวว่าลูกจะ “พลาด” อาจทำให้เผลอพูดเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น หรือกังวลไปไกลเกินกว่าความเป็นจริง

หมออยากชวนให้ทุกคนค่อยๆ สูดหายใจลึกๆก่อนค่ะ และเข้าใจว่า การเรียนมหาวิทยาลัยเป็นเพียงเส้นทางหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งหมดของความสำเร็จ

วิธีดูแลใจ เมื่อต้องเผชิญกับความผิดหวัง

ถ้าผลสอบไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หมออยากให้ทุกคนลองค่อยๆ ก้าวผ่านความรู้สึกนี้ไปด้วยกันนะคะ

  • ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง
    การผิดหวังเป็นเรื่องปกติค่ะ ร้องไห้ได้ เสียใจได้ แต่อย่าลืมว่าความผิดหวังครั้งนี้จะกลายเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวไปต่อได้อย่างแข็งแกร่งขึ้น
  • หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
    ทุกคนมีเส้นทางของตัวเองค่ะ การที่เพื่อนสอบติดก่อน ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสที่ดีในอนาคต การเปรียบเทียบอาจทำให้เรารู้สึกแย่โดยไม่จำเป็น
  • ตั้งเป้าหมายใหม่
    การพลาดรอบนี้ ไม่ได้หมายความว่าโอกาสจะหมดไป ยังมีรอบถัดไปที่เราสามารถพัฒนาและเตรียมตัวให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • ให้รางวัลตัวเอง
    แม้ผลจะเป็นอย่างไร ก็อย่าลืมให้รางวัลตัวเองที่พยายามมาอย่างเต็มที่นะคะ พาตัวเองไปทำสิ่งที่ชอบ พักผ่อนบ้าง เติมพลังให้ตัวเองก่อนเดินหน้าต่อ

ผู้ปกครองอย่างเราจะช่วยลูกผ่านช่วงเวลานี้ได้อย่างไร

พ่อแม่หลายคนอาจไม่รู้ว่าควรปลอบใจลูกอย่างไรเมื่อเขาผิดหวัง หมอบีขอแนะนำว่า

  • กอดและให้กำลังใจ
    บางครั้งคำพูดไม่จำเป็นเท่ากับการกอดแน่นๆ แล้วบอกลูกว่า “พ่อแม่รักลูกเสมอ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร”
  • ฟังโดยไม่ตัดสิน
    ลองเปิดใจรับฟังสิ่งที่ลูกกังวล อย่าด่วนตัดสินว่าเขาอ่อนแอ เพราะสำหรับเขา นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตที่เขาเคยเผชิญ
  • สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย
    ให้บ้านเป็นที่ลูกสามารถพักใจได้ค่ะ ไม่ใช่สถานที่ที่เต็มไปด้วยคำตำหนิและแรงกดดัน
  • ช่วยลูกวางแผนอนาคต
    หากลูกยังต้องการลองสอบใหม่อีกครั้ง สนับสนุนเขาให้มีความหวัง และช่วยเขามองหาทางเลือกอื่นๆ ร่วมกัน

สุดท้ายนี้ หมอบีอยากบอกทุกคนว่า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร จงภูมิใจในตัวเอง นะคะ การพยายามของเรามีค่าเสมอ และหนทางข้างหน้ายังมีอีกมากมายที่รอให้เราได้ค้นหา

หากคุณรู้สึกเครียดหรือกังวลจนเกินไป อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะสุขภาพจิตใจของเราสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสำเร็จในชีวิตค่ะ

 

 

Credit : หมอบี พญ.วิลาวัลย์กำจรปรีชา

ปรึกษาแนวทางการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและนัดหมายแพทย์

ช่องทางการติดต่อ · โทรศัพท์: 090-959-9304 · LINE: @JOYOFMINDS