โรคใคร่เด็ก (Pedophilic Disorder)

โรคใคร่เด็ก (Pedophilic Disorder) คืออะไร? กรณีข่าวลือ ‘คิมซูฮยอน – คิมแซรน’ ใกล้เคียงหรือไม่?

ช่วงนี้ข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของนักแสดงเกาหลีชื่อดัง คิมซูฮยอน และ คิมแซรน กำลังถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าคิมแซรนอาจมีความสัมพันธ์กับคิมซูฮยอนตั้งแต่อายุ 15 ปี ซึ่งทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าพฤติกรรมแบบนี้เข้าข่าย “โรคใคร่เด็ก” หรือไม่? วันนี้หมอจะมาอธิบายถึงโรคนี้ในแง่ของวิชาการ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้นค่ะ

 

โรคใคร่เด็ก (Pedophilic Disorder) คืออะไร?

 

โรคใคร่เด็ก หรือ Pedophilic Disorder เป็นหนึ่งในกลุ่มความผิดปกติทางจิตที่เกี่ยวกับรสนิยมทางเพศ (Paraphilic Disorders) ซึ่งมีเกณฑ์วินิจฉัยที่ชัดเจน โดย DSM-5 (คู่มือวินิจฉัยโรคทางจิตเวช) กำหนดว่า บุคคลที่เข้าข่ายโรคนี้ต้องมี ความรู้สึกดึงดูดทางเพศหรือจินตนาการทางเพศกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปี เป็นระยะเวลานานกว่า 6 เดือน และต้องมีอาการต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน หรือทำให้เกิดพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อเด็ก ดังนั้นโรคใคร่เด็กไม่ใช่รสนิยมนะคะ

 

ความแตกต่างระหว่างความสัมพันธ์ที่มีช่องว่างอายุ (Age-gap Relationship) กับ โรคใคร่เด็ก

 

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า คนที่มีความสัมพันธ์กับคนอายุน้อยกว่ามาก คือคนที่เป็นโรคใคร่เด็กเสมอไป แต่ในความเป็นจริง โรคใคร่เด็กมุ่งเน้นที่การดึงดูดทางเพศต่อ “เด็กก่อนวัยเจริญพันธุ์” (Prepubescent Children) ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่กับวัยรุ่นนั้น เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ต้องพิจารณาในบริบทของกฎหมายและศีลธรรมของแต่ละสังคม

 

ในกรณีของข่าวลือเกี่ยวกับคิมซูฮยอนและคิมแซรน หากพิจารณาตามหลักการแพทย์ คิมแซรนในวัย 15 ปี ถือว่าอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนต้น (Early Adolescence) ซึ่งเริ่มมีพัฒนาการทางร่างกายและฮอร์โมนแล้ว ดังนั้น หากมีความสัมพันธ์จริง ก็อาจเป็นกรณีของช่องว่างอายุ (Age-gap Relationship) มากกว่าที่จะเป็นโรคใคร่เด็กโดยตรง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น อำนาจต่อรองในความสัมพันธ์ และผลกระทบทางจิตใจต่อวัยรุ่นในระยะยาว

 

พฤติกรรมแบบไหนที่ควรระวัง?

 

แม้ว่าการมีคู่ที่อายุห่างกันจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับวัยรุ่นหรือเด็ก ควรให้ความสำคัญกับประเด็นดังต่อไปนี้

 1. อำนาจต่อรองในความสัมพันธ์ – ถ้าคู่ที่อายุมากกว่าอยู่ในสถานะที่มีอำนาจมากกว่า เช่น เป็นผู้มีชื่อเสียง ครู โค้ช หรือคนที่สามารถควบคุมอีกฝ่ายได้ อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียม

 2. การบงการทางจิตใจ (Grooming) – คนที่มีแนวโน้มล่วงละเมิดเด็กมักใช้วิธีการสร้างความไว้วางใจ ค่อยๆ โน้มน้าว และทำให้เด็กยอมรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

 3. ผลกระทบระยะยาว – เด็กหรือวัยรุ่นที่มีความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ อาจมีความสับสนทางอารมณ์ เสี่ยงต่อปัญหาทางจิตใจในอนาคต เช่น ภาวะซึมเศร้า ความรู้สึกผิด หรือความสัมพันธ์ที่ผิดปกติในอนาคต

 

สังคมควรตระหนักอย่างไร?

 • การมีความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่กับวัยรุ่นอายุน้อย ไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรคใคร่เด็กเสมอไป แต่ สิ่งสำคัญคือควรมองให้รอบด้าน ว่ามีการบังคับ ข่มขู่ หรือกดดันกันหรือไม่

 • สังคมไม่ควรตัดสินเร็วเกินไป แต่ควรมีข้อมูลที่ถูกต้อง และใช้วิจารณญาณที่เหมาะสม

 • หากพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับเด็กหรือวัยรุ่น ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

 

สุดท้ายแล้ว ข่าวนี้ก็ถือว่ากระทบกับบุคคลและสังคมในวงกว้างเพื่อตระหนักถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่แข็งแรง หมอขอแนะนำให้เสพข้อมูลแต่พอดีไม่งั้นอาจจะทำให้คนที่ติดตามข่าวกลายเป็นก่อเกิดความเครียดมากขึ้นแทน อย่างไรก็ตามขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียด้วยค่ะ

 

หมอบี จิตแพทย์

Joy of Minds Clinic