เปิดทุกวัน เวลา 09:00-20.00 น.

โทร 090-959-9304

9 คำถาม – คำตอบ ที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า

9 คำถาม - คำตอบ ที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า

1. อาการระยะแรกของโรคซึมเศร้าเป็นอย่างไร?

อาการระยะแรกของโรคซึมเศร้าอาจไม่ได้มีแค่ความเศร้าค่ะ หลายคนเริ่มจากรู้สึกว่า “ไม่เหมือนเดิม” เช่น

* เบื่อสิ่งที่เคยชอบ

* ไม่มีแรงหรือรู้สึกเหนื่อยง่าย

* นอนหลับยาก หรือนอนมากกว่าปกติ

* สมาธิลดลง คิดอะไรไม่ค่อยออก

* หงุดหงิดง่าย

* รู้สึกผิดหรือโทษตัวเองบ่อย

* ความอยากอาหารเปลี่ยนไป น้ำหนักเพิ่มหรือลด

หากอาการเหล่านี้เป็นต่อเนื่องเกือบทุกวันนานกว่า 2 สัปดาห์ และเริ่มกระทบการเรียน การทำงาน หรือความสัมพันธ์ ควรเข้ารับการประเมินกับจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

2. สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าคืออะไร?

โรคซึมเศร้าไม่ได้เกิดจากการ “คิดมาก” หรือ “อ่อนแอ”แต่เกิดจากสาเหตุเกิดหลายอย่างร่วมกัน 

* ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง

* พันธุกรรม

* ความเครียดสะสม

* เหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การสูญเสียหรือความรุนแรง

* โรคทางกายบางชนิด

* การใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์

3. โรคซึมเศร้ามีกี่ระยะ?

โดยทั่วไป โรคซึมเศร้าสามารถแบ่งความรุนแรงได้เป็น 3 ระดับ

* ระดับเล็กน้อย (Mild Depression) ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่เริ่มมีอาการรบกวน

* ระดับปานกลาง (Moderate Depression) อาการส่งผลต่อการทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์อย่างชัดเจน

* ระดับรุนแรง (Severe Depression) อาจมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรือไม่สามารถดูแลตนเองได้

การแบ่งระดับจะอาศัยการประเมินโดยจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรวินิจฉัยเองจากอาการเพียงข้อเดียว

4. โรคซึมเศร้าอยู่คนเดียวได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ

หากเป็นโรคซึมเศร้าระดับเล็กน้อยและไม่มีความคิดทำร้ายตนเอง หลายคนยังสามารถใช้ชีวิตอยู่คนเดียวได้ค่ะ แต่ควรมีครอบครัวหรือเพื่อนที่สามารถติดต่อได้เมื่อจำเป็น

แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น

* มีความคิดอยากตาย

* เคยพยายามทำร้ายตัวเอง

* ไม่สามารถดูแลตัวเองได้

ไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียว ควรมีคนดูแลและรีบพบจิตแพทย์โดยเร็ว

5. โรคซึมเศร้าปรึกษาใครได้บ้าง?

หากสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้า สามารถปรึกษาได้หลายช่องทาง เช่น

* จิตแพทย์

* นักจิตวิทยาคลินิก

* พยาบาลสุขภาพจิต

* แพทย์เวชปฏิบัติที่สามารถประเมินเบื้องต้น

* สายด่วนสุขภาพจิต 1323

การได้รับคำปรึกษาตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและลดโอกาสที่อาการจะรุนแรงขึ้น

6. เป็นโรคซึมเศร้าต้องทำอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าพยายามรับมือเพียงลำพัง

ควรเริ่มจาก

* เข้ารับการประเมินกับจิตแพทย์

* นอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอ

* ลดการดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติด

* พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ

ไม่ควรหยุดยาเองหรือซื้อยารับประทานเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

7. โรคซึมเศร้าหายได้ไหม?

โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่รักษาได้

ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับไปใช้ชีวิต เรียน หรือทำงานได้ตามปกติ หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

การรักษาอาจประกอบด้วย

* จิตบำบัด (Psychotherapy)

* ยาต้านเศร้า

* การปรับพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพ

สิ่งสำคัญคือการรักษาอย่างต่อเนื่องและติดตามอาการตามนัดของแพทย์

8. อยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้ เป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่?

การร้องไห้เพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคซึมเศร้าเสมอไปค่ะ

การร้องไห้อาจเกิดจาก

* ความเครียด

* ความเหนื่อยล้า

* ความวิตกกังวล

* การสูญเสีย

* การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

แต่หากร้องไห้บ่อยร่วมกับอาการอื่น เช่น

* เบื่อสิ่งที่เคยชอบ

* ไม่มีแรง

* นอนไม่หลับ

* รู้สึกไร้คุณค่า

* มีความคิดอยากตาย

และอาการต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ควรเข้ารับการประเมินกับจิตแพทย์

9. ถ้าเป็นโรคซึมเศร้า จะรักษาหรือแก้อย่างไร?

การรักษาโรคซึมเศร้าจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ โดยจิตแพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

แนวทางการรักษาที่ใช้บ่อย ได้แก่

* การประเมินและติดตามอาการโดยจิตแพทย์

* จิตบำบัด เพื่อช่วยปรับความคิดและวิธีรับมือกับปัญหา

* ยาต้านเศร้า เมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

* การปรับพฤติกรรม เช่น การนอนหลับ การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด

* การดูแลจากครอบครัวและคนใกล้ชิด

หากมีอาการรุนแรง เช่น มีความคิดทำร้ายตนเองหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ ควรรีบไปโรงพยาบาลหรือพบจิตแพทย์โดยทันที ไม่ควรรอให้อาการดีขึ้นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

7 คำถามยอดฮิต เรื่องโรคสมาธิสั้น (ADHD)

ผู้ใหญ่จำนวนมากที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม…

โรคซึมเศร้าเรารักษาได้

อารมณ์เศร้าถือเป็นหนึ่งในอารมณ์ขั้นพื้นฐานทั่วไป…

White Collar Antisocial อาชญากรยุคใหม่ หล่อ สวย หน้าใส ไว้ใจได้หรือ

เรามักจะพบว่าคนกลุ่มนี้จะมีการปฏิบัติตนที่เป็นการละเมิดต่อกฏเกณฑ์ต่างๆในแต่ละสังคมที่เขาสังกัดอยู่เสมอ

โรคหลายบุคลิกต่างกับไบโพลาร์อย่างไร?

สาเหตุของโรคนี้มักเกี่ยวข้องกับการเผชิญกับเหตุการณ์ที่เจ็บปวดหรือบาดแผลทางจิตใจในวัยเด็ก…