เปิดทุกวัน เวลา 09:00-20.00 น.

โทร 090-959-9304

รักษาโรคซึมเศร้า

รักษาโรคซึมเศร้า

การรักษาโรคซึมเศร้า โดยจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

โรคซึมเศร้า โรคยอดฮิตของคนยุคปัจจุบัน ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับ ทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิด ปกติ และสามารถรักษาได้

ที่ Joy of Minds เรามีการรักษาโรคซึมเศร้า โดยจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยนวัตกรรมยาที่ทันสมัย ที่จะช่วยปรับสมดุลของสารเคมีในสมองให้คุณกลับมามีความสุขได้ อีกครั้ง และการทำจิตบำบัดที่จะช่วยปรับวิธีคิด วิธีมองโลกของคุณให้เป็นมุมมองเชิงบวกมากขึ้น

รักษาโรคซึมเศร้า
โรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า (Depression) คืออะไร?

โรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเศร้าเสียใจชั่วคราว ไม่ใช่ความอ่อนแอทางจิตใจ หรือการคิดไปเอง แต่เป็น “ความเจ็บป่วยทางการแพทย์” ที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง (Neurotransmitters) เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) นอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) และ โดปามีน (Dopamine) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก

ภาวะนี้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อกระบวนการคิด อารมณ์ พฤติกรรม และสุขภาพร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือมีความสุขอย่างที่เคยมีตามปกติได้

อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องน่าอาย และ เป็นโรคที่สามารถรักษาให้ดีขึ้นและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ เมื่อได้รับการดูแลอย่างถูกต้องจากจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เช็กสัญญาณเตือน อาการของโรคซึมเศร้าเป็นอย่างไร?

อาการของโรคซึมเศร้าจะแสดงออกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกต ( หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังต่อไปนี้ เกือบตลอดเวลา และต่อเนื่องกันนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรพิจารณาเข้ารับการปรึกษาจากจิตแพทย์

ภาวะนี้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อกระบวนการคิด อารมณ์ พฤติกรรม และสุขภาพร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือมีความสัมพันธ์ตามปกติได้ อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องน่าอาย และ เป็นโรคที่สามารถรักษาให้ดีขึ้นและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ เมื่อได้รับการดูแลอย่างถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • ด้านอารมณ์และความรู้สึก: รู้สึกเศร้าหมอง หดหู่ ว่างเปล่า ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ หรือในบางรายอาจมีอาการหงุดหงิดและโกรธง่ายผิดปกติ
  • ด้านความสนใจที่ลดลง (Loss of Interest): หมดแพชชัน เบื่อหน่าย ไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบทำ หรือไม่รู้สึกสนุกกับสิ่งรอบตัวอีกต่อไป
  • ด้านความคิดและสติปัญญา: สมาธิสั้นลง หลงลืมง่าย ลังเล ตัดสินใจช้าลง รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า โทษตัวเองในทุกๆ เรื่อง
  • อาการรุนแรง (ต้องพบแพทย์ทันที): มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง รู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรือมีความคิดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย

ด้านร่างกายและการใช้ชีวิต:

  • การนอนหลับผิดปกติ: นอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ หรือนอนมากเกินไป (ไม่อยากตื่นขึ้นมาเผชิญโลก)

  • พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป: เบื่ออาหารทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว หรือกินจุขึ้นจนน้ำหนักเพิ่มผิดปกติ

  • อ่อนเพลีย: รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง เหนื่อยล้าตลอดเวลาแม้ไม่ได้ทำอะไรหนัก

ความเสี่ยงและอันตรายหากไม่ได้รับการรักษา

  • ผลกระทบต่อหน้าที่การงาน : การสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การเรียน หรือการเข้าสังคมอย่างสิ้นเชิง

  • ปัญหาสุขภาพกาย: ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคเรื้อรังหลายๆชนิดสูงขึ้นจากการหลั่งฮอร์โมนความเครียดตลอดเวลา

  • การทำร้ายตัวเอง: ความรู้สึกเศร้า สิ้นหวังที่ดิ่งลึกที่นำไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นอันตรายที่ร้ายแรงที่สุดของโรคนี้

  • ภาวะแทรกซ้อน: เสี่ยงต่อการหันไปใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์เพื่อเยียวยาความเจ็บปวดทางใจ

แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้า

ที่คลินิกจิตเวช Joy of Minds เราเชื่อว่าผู้รับบริการแต่ละท่านมีสภาวะจิตใจและปัญหาที่แตกต่างกัน เราจึงเน้นการออกแบบแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ที่ปลอดภัย โดยมีแนวทางการรักษาหลัก ดังนี้:

  1. การรักษาด้วยการทำจิตบำบัด (Psychotherapy) การพูดคุยบำบัดโดยจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิก เป็นหัวใจสำคัญในการรักษาโรคซึมเศร้า โดยเฉพาะวิธี การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT – Cognitive Behavioral Therapy) ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับบริการ:ทำความเข้าใจและจัดการกับรูปแบบความคิดเชิงลบที่บั่นทอนจิตใจ เรียนรู้วิธีรับมือกับความเครียดและแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างมุมมองใหม่และปรับพฤติกรรมเพื่อฟื้นฟูความเข้มแข็งทางอารมณ์

แนวทางการรักษาโรคจิตเวชเด็กและวัยรุ่น

แนวทางการรักษาด้วยยา

  1. การรักษาด้วยยา (Pharmacotherapy) ในกรณีที่อาการซึมเศร้าส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างรุนแรง หรือเกิดจากสารเคมีในสมองไม่สมดุล จิตแพทย์จะพิจารณาสั่งจ่าย ยาต้านเศร้า (Antidepressants) เพื่อช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาทตัวยาในปัจจุบันมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ไม่ใช่ยาเสพติด เมื่อหายดีแล้วสามารถเลิกกินยาได้ แพทย์จะปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมติดตามอาการและผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้บ้าง

บริการของเรา